ข่าวโครงการ

บีพียอมจ่าย2หมื่นล้านดอลล์ ชดเชยน้ำมันรั่วอ่าวเม็กซิโก

วันที่ : 23 มิ.ย. 2553

 

วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553

http://www.bangkokbiznews.com/2010/06/18/news_31077648.php?news_id=31077648

 

วอชิงตัน - บีพี ยอมจ่ายเงิน 20,000 ล้านดอลลาร์ เข้ากองทุนเงินชดเชย ให้ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่ว ในอ่าวเม็กซิโก พร้อมทั้งกองทุน 100 ล้านดอลลาร์ ช่วยเหลือคนงานขุดเจาะน้ำมันที่ตกงาน เพราะปัญหานี้

 

นายคาร์ล เฮนริค สวอนเบิร์ก ประธานบริษัทบีพี บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ พร้อมคณะผู้บริหาร ประกาศว่า จะจ่ายเงิน 20,000 ล้านดอลลาร์ เข้ากองทุนเงินชดเชย ให้ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่ว ในอ่าวเม็กซิโก พร้อมทั้งงดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นใน 3 ไตรมาสที่เหลือของปีงบประมาณนี้ เพื่อนำเงินสมทบเข้ากองทุนหายนะในอ่าวเม็กซิโก ทั้งยังสร้างความประหลาดใจแก่คนทั่วไปอย่างมาก ด้วยการประกาศตั้งกองทุน 100 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือคนงานขุดเจาะน้ำมันที่ตกงานด้วย

 

ทั้งนี้ นายสวอนเบิร์ก ยืนกรานว่าบริษัทห่วงใยผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากหายนะภัยทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดของสหรัฐครั้งนี้ โดยจะรับผิดชอบทางกฎหมายทั้งหมด และจะจัดการจ่ายค่าเสียหาย และค่าชดเชยอย่างรวดเร็ว และยุติธรรม

 

สำหรับบัญชีเงินกองทุนพิเศษ ที่จะจ่ายค่าความเสียหาย และค่าชดเชยให้แก่คนงาน และเจ้าของธุรกิจที่ได้รับความเสียหายจากความสะเพร่าของบีพีนี้ จะได้รับการดูแลดำเนินการโดยนายเคนเนธ ไฟน์เบิร์ก ทนายความที่เคยทำหน้าที่ดูแลเงินกองทุนสำหรับจ่ายให้ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุวินาศกรรม 11 ก.ย. 2544

 

ด้านทำเนียบขาว แถลงว่า บีพีตกลงจ่ายเงิน 20,000 ล้านดอลลาร์ ตลอดระยะเวลา 4 ปี ปีละ 5,000 ล้านดอลลาร์ โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป ซึ่งคำประกาศดังกล่าว ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ถูกโจมตีอย่างหนัก เกี่ยวกับการรับมือหายนะภัยน้ำมันรั่วลงอ่าวเม็กซิโก ซึ่งส่งผลให้เกิดข้อกังขาถึงความเป็นผู้นำของนายโอบามา และสั่นคลอนตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐด้วย

 

ขณะเดียวกัน นายเบรนท์ รอย ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการประมงในเมืองเวนิซ รัฐลุยเซียนา ที่จำเป็นต้องยุติธุรกิจประมงเป็นการชั่วคราว เพราะปัญหาน้ำมันรั่วไหลครั้งนี้ ให้ความเห็นว่า การเคลื่อนไหวของบีพีครั้งนี้ อาจจะเป็นข่าวดีที่สุดที่ได้รับนับตั้งแต่เกิดวิกฤติน้ำมันรั่ว และช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจประมงในอนาคต


   ขึ้นข้างบน